ผู้ว่าฯ ชลบุรี เกาะติดสถานการณ์สาธารณภัย! ร่วมประชุม SAT ระดับประเทศ เร่งประเมินความเสี่ยง เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ–ช่วยเหลือประชาชน
1 min read
ชลบุรี – ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นำทีมฝ่ายปกครองและหน่วยงานป้องกันภัย ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัยระดับประเทศ ผ่านระบบออนไลน์ รับฟังรายงานสภาพอากาศและสถานการณ์พื้นที่เสี่ยง พร้อมขับเคลื่อนมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน เน้นประสานกำลัง เครื่องจักรกล และการช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที
นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย นายอิสรา เจริญชาศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นางสาวขวัญเรือน ศรีจันทร์ ปลัดจังหวัดชลบุรี นายเดชา เรืองอ่อน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชลบุรี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) ของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ครั้งที่ 2/2570 ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Zoom Meeting
การประชุมเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น. โดยมี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์สาธารณภัยในภาพรวมของประเทศ ติดตามข้อมูลสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ตลอดจนประเมินความเสี่ยงและปัญหาอุปสรรคในการบริหารจัดการภัยพิบัติของแต่ละพื้นที่
ที่ประชุมให้ความสำคัญกับการติดตามสถานการณ์และความต้องการสนับสนุนจาก 5 จังหวัด ได้แก่ นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี โดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานในพื้นที่รายงานสถานการณ์ ปัญหาอุปสรรค และความจำเป็นในการขอรับการสนับสนุน เพื่อให้หน่วยงานส่วนกลางสามารถประสานความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์
นอกจากนี้ ยังมีการหารือแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการเผชิญเหตุ ทั้งการสนับสนุนเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ด้านสาธารณภัย การเร่งรัดช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย ตลอดจนการประสานงานร่วมกับองค์กรสาธารณกุศล เพื่อให้การปฏิบัติงานของทุกภาคส่วนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถเข้าถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็ว
ช่วงท้ายการประชุม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ให้ข้อเน้นย้ำและข้อสั่งการเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์สาธารณภัย โดยมุ่งยกระดับประสิทธิภาพการประสานงาน การบริหารจัดการทรัพยากร และการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย
การเข้าร่วมประชุมของจังหวัดชลบุรีครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการติดตามสถานการณ์และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานส่วนกลาง เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือสาธารณภัย ลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และสนับสนุนการดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ





