อังคาร. พ.ย. 3rd, 2026

ข่าวชัด Khaochad.co.th

ข่าวสารฉับไว ชัดตรงประเด็น สื่อความมั่นคงของชาติ

เชียงรายฉาวรับวันออกพรรษา! ฝ่ายปกครองบุกวัดอำเภอพาน พบพระ 3 รูปเสพยาบ้า จับสึกยกกุฏิ ชาวพุทธสะเทือนใจ วอนกวาดล้างมารศาสนา!

1 min read



เชียงราย – ศรัทธาสะเทือนรับวันออกพรรษา! ฝ่ายปกครองอำเภอพานเปิดปฏิบัติการจู่โจมตรวจสอบวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลสันกลาง หลังได้รับเบาะแสมีการลักลอบเสพยาเสพติดภายในวัด สุดอึ้ง! พบพระสงฆ์ 3 รูปยอมรับเสพยาบ้า ตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดทุกรูป ก่อนนิมนต์พระผู้ใหญ่ดำเนินการให้ลาสิกขา ส่งเข้าบำบัด 2 ราย และดำเนินคดีตามกฎหมายอีก 1 ราย ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมที่สร้างความเสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนา

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายอุดม ปกป้องบวรกุล นายอำเภอพาน ได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงอำเภอพาน สนธิกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.พาน) เข้าตรวจสอบวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลสันกลาง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ภายหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากสายข่าวว่า มีบุคคลต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการเสพยาเสพติดภายในวัดเป็นประจำ


แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่พบกลับสร้างความตกตะลึง เมื่อบุคคลเป้าหมายที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยเป็นพระสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ภายในวัดถึง 3 รูป!


เจ้าหน้าที่จึงประสานพระผู้ใหญ่เข้าร่วมตรวจสอบและตรวจค้นบริเวณกุฏิของพระสงฆ์ทั้ง 3 รูป พบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเสพยาเสพติด ทั้งกระดาษฟอยล์ ไฟแช็ก และอุปกรณ์การเสพอื่น ๆ
จากการสอบถาม พระสงฆ์ทั้ง 3 รูปให้การยอมรับว่าได้เสพสารเมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้าจริง เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ ซึ่งผลตรวจเบื้องต้นพบสารเสพติดในร่างกายทั้ง 3 รูป

จากนั้นได้ประสานพระผู้ใหญ่ดำเนินการให้พระสงฆ์ทั้ง 3 รูปลาสิกขา ก่อนนำตัว 2 รายเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาผู้เสพยาเสพติด ส่วนอีก 1 รายถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย
ศรัทธาที่สั่นคลอน! เมื่อผ้าเหลืองถูกตั้งคำถาม
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด แต่ยังสะท้อนถึงความจำเป็นในการตรวจสอบและดูแลความประพฤติของบุคลากรทางศาสนาอย่างจริงจัง เพราะวัดควรเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน เป็นศูนย์กลางแห่งคุณธรรม ศีลธรรม และการปฏิบัติตามพระธรรมวินัย

ที่ผ่านมา สังคมไทยต้องเผชิญข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับพระสงฆ์บางรูปอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด ความสัมพันธ์ทางเพศที่ขัดต่อพระธรรมวินัย หรือข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินและทรัพย์สินของวัด

พฤติกรรมเหล่านี้ แม้จะเกิดจากบุคคลเพียงบางส่วน แต่ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของพุทธศาสนิกชน และสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของคณะสงฆ์โดยรวม


คำถามสำคัญคือ ใครจะรับผิดชอบต่อศรัทธาของประชาชนที่ค่อย ๆ ถูกบั่นทอนลงจากพฤติกรรมของผู้ที่อาศัยร่มกาสาวพัสตร์ แต่กลับไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย?


วอนมหาเถรสมาคม–สำนักพุทธฯ–รัฐบาล เอาจริง! อย่าปล่อยให้คนทำผิดอาศัยผ้าเหลืองเป็นเกราะกำบัง


กรณีดังกล่าวนำไปสู่ข้อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มหาเถรสมาคม เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ ตลอดจนรัฐบาล เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมภายในวัด


โดยเฉพาะการป้องกันปัญหายาเสพติด การตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดพระธรรมวินัย และการสร้างความโปร่งใสในการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัด รวมถึงการพิจารณาปรับปรุงมาตรการทางกฎหมายให้เหมาะสมและบังคับใช้อย่างจริงจัง


ขณะเดียวกัน หากพบว่ามีกรรมการวัดหรือบุคคลใดรู้เห็นเป็นใจ สนับสนุน หรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ก็ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่เลือกปฏิบัติ

อย่างไรก็ตาม ต้องแยกแยะให้ชัดเจนระหว่างพระสงฆ์ผู้ประพฤติผิดกับพระสงฆ์ส่วนใหญ่ที่ยังคงตั้งมั่นในพระธรรมวินัย ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ และเป็นที่พึ่งทางจิตใจของประชาชน


พระพุทธศาสนาไม่ได้เสื่อมเพราะคำสอน แต่ศรัทธาของผู้คนอาจสั่นคลอนเพราะการกระทำของผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสอนนั้น


เหตุการณ์ที่อำเภอพานครั้งนี้จึงควรเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกฝ่ายหันมาร่วมกันปกป้องพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแล้วปล่อยให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำอีก


ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่การปฏิรูปและตรวจสอบวงการสงฆ์จะต้องเกิดผลเป็นรูปธรรม ก่อนที่ศรัทธาของประชาชนจะถูกบั่นทอนไปมากกว่านี้?
เพราะการปกป้องพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ไม่ใช่การปกป้องผู้กระทำผิด แต่คือการรักษาพระธรรมวินัย ความถูกต้อง และความบริสุทธิ์ของพระศาสนาให้ดำรงอยู่สืบไป

Loading…

More Stories

ใส่ความเห็น

You may have missed

Copyright © All rights reserved. | Newsphere by AF themes.