สะเทือนภูมิใจไทย! “ศรีสุวรรณ” เข้าให้ถ้อยคำ กกต. สอบปมเงินบริจาค “สส.ไอเดียร์” จี้แกะรอยที่มาเงิน โยงทรัพย์สินสามีเกือบ 2 พันล้าน ชี้หากผิดกฎหมายอาจถึงขั้นยุบพรรค
1 min read
29 ต.ค. 69 – จับตาปมร้อนเงินบริจาคพรรคภูมิใจไทย! “ศรีสุวรรณ จรรยา” เข้าให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังยื่นร้องตรวจสอบเงินบริจาคของ “สส.ไอเดียร์” ตั้งข้อสงสัยแหล่งที่มาของเงิน อาจเชื่อมโยงทรัพย์สินสามีชาวต่างชาติที่แจ้งบัญชีทรัพย์สินรวมกว่า 1,974 ล้านบาท พร้อมชี้หากพบการรับบริจาคฝ่าฝืนกฎหมายพรรคการเมือง อาจนำไปสู่กระบวนการพิจารณายุบพรรคได้
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เปิดเผยว่า วันนี้ (29 ตุลาคม 2569) เวลา 10.00 น. ได้เดินทางเข้าให้ถ้อยคำต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามหนังสือเรียกของ กกต. กรณีองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบการบริจาคเงินเข้าพรรคภูมิใจไทยของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ “ไอเดียร์” ว่าอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 72 และมาตรา 74 หรือไม่
ประเด็นสำคัญที่ต้องการให้ กกต.ตรวจสอบ คือที่มาของเงินบริจาค เนื่องจากมีข้อมูลว่า น.ส.สุชาดา บริจาคเงินให้พรรคภูมิใจไทยหลายครั้ง ทั้งก่อนและระหว่างดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่ข้อมูลบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อสำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ระบุทรัพย์สินรวมกับคู่สมรสสูงถึงประมาณ 1,974 ล้านบาท
นายศรีสุวรรณระบุว่า ประเด็นดังกล่าวก่อให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างรายได้และทรัพย์สิน โดย น.ส.สุชาดา แจ้งรายได้ต่อปีประมาณ 1.7 ล้านบาท ขณะที่สามีซึ่งเป็นชาวจีนถือสัญชาติออสเตรเลีย ระบุว่าไม่มีอาชีพและไม่มีรายได้ประจำปี แต่กลับมีทรัพย์สินจำนวนมาก จึงเห็นว่าควรมีการตรวจสอบแหล่งที่มาของทรัพย์สินและเส้นทางการเงินอย่างละเอียด

ทั้งนี้ ตามข้อมูลที่นายศรีสุวรรณอ้างถึง สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ชี้แจงว่ากำลังตรวจสอบเชิงลึกเกี่ยวกับที่มาของทรัพย์สิน รายได้ และความสามารถในการชำระหนี้ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกจับตา คือความเชื่อมโยงกับธุรกิจเว็บไซต์ Shuffle หลัง น.ส.สุชาดา เคยชี้แจงว่าสามีของตนเคยถือหุ้นในบริษัท Mixed Order Limited ซึ่งดำเนินธุรกิจเว็บไซต์ดังกล่าว ในสัดส่วน 1.47% ก่อนขายหุ้นออกไปแล้วตั้งแต่ก่อนที่เธอจะได้รับเลือกเป็น สส.
นอกจากนี้ นายศรีสุวรรณยังตั้งข้อสังเกตถึงช่วงเวลาที่ น.ส.สุชาดา เคยได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และโฆษกกระทรวง เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ในสมัยที่นายไชยชนก ชิดชอบ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดังกล่าว ควบคู่กับตำแหน่งเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย
โดยเห็นว่า การบริจาคเงินให้พรรคในช่วงเวลาต่าง ๆ รวมถึงช่วงที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นประเด็นที่ กกต. ควรตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อให้ชัดเจนว่าเงินบริจาคเป็นทรัพย์สินของผู้บริจาคเอง หรือมีแหล่งที่มาจากบุคคลอื่น โดยเฉพาะสามีซึ่งถือสัญชาติต่างประเทศ
ชี้ข้อกฎหมายสำคัญ หากพบความผิดอาจกระทบถึงสถานะพรรค
นายศรีสุวรรณอ้างถึง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 72 ซึ่งห้ามพรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับเงินบริจาค ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ขณะที่มาตรา 74 มีข้อห้ามเกี่ยวกับการรับบริจาคจากบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยและนิติบุคคลต่างประเทศตามที่กฎหมายกำหนด
หากการตรวจสอบพบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าว อาจนำไปสู่การดำเนินการตามมาตรา 92 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณายุบพรรคการเมือง ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและกระบวนการที่กฎหมายกำหนด
นายศรีสุวรรณกล่าวทิ้งท้ายว่า การเดินทางมาให้ถ้อยคำครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อส่งมอบข้อมูล ประเด็นข้อสงสัย และเบาะแสเพิ่มเติมให้ กกต. นำไปประกอบการตรวจสอบ เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยของสังคม และให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเคร่งครัด
อย่างไรก็ตาม ประเด็นทั้งหมดขณะนี้ยังเป็นข้อร้องเรียนและข้อสงสัยที่ต้องผ่านการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ใช่ข้อยุติว่าผู้บริจาคหรือพรรคภูมิใจไทยกระทำผิดกฎหมาย และการยุบพรรคจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการดำเนินกระบวนการตามกฎหมายและศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย
