“เชอร์ล็อคนพ” เปิดเกมล่าแก๊งมังกรข้ามชาติ! สนธิกำลัง ป.ป.ส. บุกกรุงฯ–พัทยา รวบ 3 ชาวจีนหนีหมายจับ ซุกไอซ์คาคอนโดหรู
1 min read
หนีข้ามชาติแต่ไม่รอด! “เชอร์ล็อคนพ” ผบช.สตม. ผนึกกำลัง ป.ป.ส. และทางการจีน เปิดปฏิบัติการไล่ล่าเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ แกะรอยผ่านระบบไบโอเมตริก ก่อนกระจายกำลังบุกตรวจค้นเป้าหมายในกรุงเทพฯ และพัทยา รวบผู้ต้องหาชาวจีน 3 ราย ตามหมายจับแดนมังกร แฉพฤติการณ์สุดแยบยล ซุกไอซ์ในขนมและผลิตภัณฑ์อาหารไทย ส่งพัสดุข้ามประเทศถึงเมืองใหญ่ของจีน ก่อนขยายผลพบไอซ์ 11 ถุง น้ำหนักกว่า 81 กรัม พร้อมอุปกรณ์เสพและแบ่งบรรจุจำนวนมาก ประกาศชัด ไม่ปล่อยให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งกบดานของอาชญากรข้ามชาติ!
ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) หรือที่รู้จักกันในฉายา “เชอร์ล็อคนพ” หลังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้รับการประสานข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ซึ่งทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดแห่งชาติจีน (NNCC) เพื่อเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาชาวจีน 3 ราย ที่ถูกทางการจีนออกหมายจับในคดีเกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ
เปิดโปงกลโกง! ซุกไอซ์ในขนมไทย ส่งพัสดุทะลุแดนมังกร
จากข้อมูลการสืบสวนพบว่า เครือข่ายดังกล่าวมีพฤติการณ์ลักลอบส่งออกยาเสพติดประเภทไอซ์จากประเทศไทยไปยังประเทศจีน โดยใช้วิธีอำพรางยาเสพติดไว้ภายในขนมและผลิตภัณฑ์อาหารไทย ก่อนจัดส่งผ่านบริษัทขนส่งพัสดุระหว่างประเทศ SF Express ไปยังเมืองสำคัญของจีน ทั้งกรุงปักกิ่ง เทียนจิน และฉินหวงเต่า เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
เมื่อได้รับเบาะแส ชุดสืบสวน สตม. จึงร่วมกับ ป.ป.ส. เร่งแกะรอยเส้นทางการหลบหนี ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางและใช้เทคโนโลยีไบโอเมตริกติดตามตัวผู้ต้องหา จนสามารถระบุแหล่งกบดานได้ ก่อนวางแผนเข้าตรวจค้นและจับกุมเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยปฏิบัติการแบ่งออกเป็น 3 เป้าหมายสำคัญ
จุดที่ 1 บุกคอนโดราษฎร์บูรณะ รวบตัวการส่งไอซ์ข้ามประเทศ
เจ้าหน้าที่นำหมายศาลเข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในย่านราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร ก่อนควบคุมตัว MR. WEN อายุ 33 ปี สัญชาติจีน พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือและบัตรเครดิตไว้เป็นหลักฐาน

จากแนวทางการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหารายนี้ถูกระบุว่ามีบทบาทสำคัญในการจัดส่งยาเสพติดออกนอกราชอาณาจักร โดยอำพรางไอซ์ไว้ในพัสดุอาหารไทยก่อนส่งไปยังประเทศจีน ซึ่งจากข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ได้รับ พบว่ามีรายได้จากการกระทำผิดเป็นเงินหลายแสนบาท
จุดที่ 2 ไล่ล่าจากสายไหมถึงพัทยา รวบสาวจีนกลางร้านกาแฟ
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือ MS. FANG อายุ 35 ปี สัญชาติจีน ซึ่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามีที่พักอยู่ภายในบ้านหรูย่านสายไหม กรุงเทพมหานคร แต่เมื่อเข้าตรวจค้นกลับไม่พบตัว เนื่องจากผู้ต้องหาเดินทางออกจากพื้นที่ไปก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวนไม่หยุดติดตาม กระทั่งพบเบาะแสว่าหญิงรายดังกล่าวหลบไปอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จึงเร่งติดตามและสามารถควบคุมตัวได้ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบคอมพิวเตอร์แมคบุ๊ก รวมถึงวัตถุต้องสงสัยที่บรรจุอยู่ในขวดแก้วและกล่องพลาสติกหลายรายการ จึงตรวจยึดไว้ตรวจสอบ
ข้อมูลการสืบสวนระบุว่า หญิงรายนี้ถูกสงสัยว่าทำหน้าที่ควบคุมและแปรรูปยาเสพติดภายในเครือข่าย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดเชื่อมโยงสำคัญที่เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลต่อไป
จุดที่ 3 ขยายผลบุกคอนโดหรูสาทร เจอไอซ์ซุก 11 ถุง
หลังควบคุมตัว MR. WEN เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนขยายผลจนทราบว่า ยังมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายหลบซ่อนอยู่ภายในคอนโดมิเนียมหรูย่านสาทร กรุงเทพมหานคร
ชุดปฏิบัติการจึงนำกำลังเข้าตรวจค้น ก่อนพบ MR. ZHANG อายุ 33 ปี สัญชาติจีน อยู่ภายในห้องพัก
ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ลักษณะเป็นเกล็ดสีขาวขุ่น บรรจุอยู่ในถุงจำนวน 11 ถุง น้ำหนักรวม 81.70 กรัม ซุกซ่อนตามจุดต่าง ๆ ภายในห้องพัก นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์การเสพและอุปกรณ์สำหรับแบ่งบรรจุยาเสพติดอีกจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางเพื่อประกอบการดำเนินคดี
เดินหน้าสาวถึงต้นตอ ไม่ให้ไทยเป็นฐานค้ายาข้ามชาติ
ภายหลังปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกฎหมายในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง ก่อนส่งตัวผู้เกี่ยวข้องให้พนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยข้อกล่าวหาของแต่ละรายขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ตรวจพบ
ทั้งนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงาน ป.ป.ส. และทางการจีน (NNCC) เตรียมประสานข้อมูลและขยายผลต่อเนื่อง เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน บุคคลที่เกี่ยวข้อง และเครือข่ายที่อาจยังหลบซ่อนอยู่ในประเทศไทย รวมถึงติดตามความเชื่อมโยงของขบวนการลักลอบส่งยาเสพติดไปต่างประเทศ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือของหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดไทย–จีน ในการติดตามเครือข่ายอาชญากรรมที่ใช้ประเทศไทยเป็นจุดพักพิงและเป็นช่องทางลำเลียงยาเสพติด โดยมีเป้าหมายสำคัญคือสกัดกั้นขบวนการค้ายาข้ามชาติ ไม่ให้ใช้แผ่นดินไทยเป็นฐานปฏิบัติการหรือแหล่งกบดานเพื่อหลบหนีการดำเนินคดี
แม้ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่ภารกิจยังไม่สิ้นสุด เพราะสิ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องเดินหน้าต่อจากนี้ คือการสาวให้ถึงผู้บงการและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติทั้งหมด!

