วิทยาลัยทนายความโชว์ผลงาน! “วทน.5” เปิด 5 ยุทธศาสตร์กฎหมายแห่งอนาคต ชี้ทางแก้นอมินี-AI-ขยะพิษ ยกระดับความยุติธรรมไทย
1 min read
วิทยาลัยทนายความ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมถ์ โชว์ศักยภาพหลักสูตร“วทน. 5” จัดเวทีใหญ่เสนอยุทธศาสตร์ 5 บิ๊กโปรเจกต์กฎหมาย ผ่าทางตันปัญหานอมินีต่างชาติ บล็อกเชน-AI คุมเข้มขยะพิษอุตสาหกรรม มุ่งยกระดับสังคมไทยยั่งยืน
กรุงเทพฯ – 19 มิถุนายน 2569: วิทยาลัยทนายความ สภาทนายความ จัดงานนำเสนอผลงานทางวิชาการครั้งใหญ่ของผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร “การบริหารเชิงนิติศาสตร์ระดับสูง” (วทน.) รุ่นที่ 5 ณ สภาทนายความ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ และผู้อำนวยการวิทยาลัยทนายความ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสภาทนายความ และคณะกรรมการอำนวยการวิทยาลัยทนายความ อาทิ นายณรงค์รัฐ ภูติรถยา อุปนายกฝ่ายบริหาร และนายเจษฎา ปิยะสุวรรณวานิช อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ เข้าร่วมรับฟังการนำเสนอที่มุ่งหวังสะท้อนปัญหากฎหมายและเสนอแนะทางออกสู่สังคม

นายสมศักดิ์ อัจจิกุล ในนามผู้แทนหลักสูตร กล่าวรายงานว่า หลักสูตร วทน. รุ่นที่ 5 นี้ นำโดย นายพินิจ จารุสมบัติ ประธานรุ่น วทน. รุ่นที่ 5 ได้ดำเนินการอบรมมาตั้งแต่วันที่พฤศจิกายน 2568 ถึงมิถุนายน 2569 รวมระยะเวลา 7 เดือน มุ่งเน้นแนวคิดหลักในการพัฒนาและบูรณาการทางนิติศาสตร์อย่างยั่งยืน โดยการจัดทำเอกสารทางวิชาการกลุ่มในครั้งนี้ ถือเป็นหัวใจสำคัญเพื่อวิเคราะห์ประเด็นปัญหากฎหมายที่เกิดขึ้นจริงในสังคมปัจจุบัน และเสนอแนะแนวทางแก้ไขไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ การศึกษาค้นคว้าได้รับความอนุเคราะห์และการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและคณาจารย์ที่ปรึกษา ประกอบด้วย
ศ.พรชัย สุนทรพันธุ์
รศ.ณัฐพงศ์ โปษกะบุตร (กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและพิธีกรผู้ดำเนินรายการ)
รศ.ประสาน บุญโสภาคย์
อ.ธีรศักดิ์ เงยวิจิตร
ผศ.ดร.เอกพงษ์ สารน้อย
รศ.ดร.สัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต
ดร.ภูวิชชญา เหลืองธีรกุล
ผศ.ดร.สมภพ ระงับทุกข์
ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี
ผศ.ดร.ณชัชชญา ทองจันทร์
การนำเสนอผลงานทางวิชาการในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 5 หัวข้อสำคัญ จาก 5 กลุ่มศึกษา ดังนี้:
กลุ่มกริฟฟิน (กลุ่มที่ 1): ชำแหละ “บริษัทนอมินีในไทย” บล็อกเชนพ่นพิษ เสนอตั้ง National BO Registry ตามรอยสิงคโปร์
ผู้นำเสนอ: นางสาวสุภารัตน์ ใช่วิวัฒน์ และนางสาวเกศินี พวงเพ็ชร์
ไฮไลต์: เผยปัญหานอมินีในไทยทวีความซับซ้อนอย่างน่ากลัว โดยมีการนำเทคโนโลยีบล็อกเชน (Smart Contract) มาใช้อำพรางการควบคุมของคนต่างด้าวแทนสัญญาลับแบบเดิม โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญพบต่างชาติถือหุ้นแฝงเกือบร้อยละ 50 บั่นทอนเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ (FATF) ทางกลุ่มจึงเสนอแนะให้เร่งจัดตั้งระบบทะเบียนผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง (National BO Registry) ตามแบบอย่างสิงคโปร์ เพื่อระบุตัวตนที่แท้จริงและป้องกันการฟอกเงิน
กลุ่มที่ 2: ปฏิรูปกลไกประกันตัว สลัดภาพเหลื่อมล้ำ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ
ผู้นำเสนอ: นายเจษฎา มหาทองคำ และ รศ.ดร.กฤษรัตน์ ศรีสว่าง
ไฮไลต์: ชี้ช่องว่างระบบการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย ซึ่งยังติดขัดด้านความแม่นยำของข้อมูลในกลไกประเมินความเสี่ยง ตลอดจนข้อจำกัดเรื่องความรวดเร็วของกองทุนยุติธรรม เสนอให้เร่งแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่อยกระดับระบบประเมินความเสี่ยง และปรับปรุงกองทุนยุติธรรมให้เข้าถึงง่าย เพื่อยึดหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ (Presumption of Innocence) อย่างเท่าเทียม
กลุ่มที่ 3: เตือนทนายความใช้ “ปัญญาประดิษฐ์ (AI)” ระวังข้อมูลหลอน (AI Hallucination) กระทบกระบวนการยุติธรรม
ผู้นำเสนอ: นายวิโรจน์ อัศวเสมาชัย, นายไพบูลย์ แย้มเอม และนายชนะ ผาสุกสกุล
ไฮไลต์: แม้ AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ค้นคว้ากฎหมาย และวิเคราะห์คำพิพากษาได้อย่างรวดเร็ว แต่ผลศึกษาพบข้อจำกัดสำคัญเรื่อง “ความคลาดเคลื่อนและการอ้างอิงข้อมูลที่ไม่มีอยู่จริง” ซึ่งเสี่ยงกระทบต่อสิทธิคู่ความ จึงเสนอแนะให้สภาทนายความเร่งกำหนดแนวทางมาตรฐานเฉพาะ (AI Guideline) และหลักจรรยาบรรณกำกับดูแลการใช้ AI ในวิชาชีพกฎหมายไทย
กลุ่มเพกาซัส (กลุ่มที่ 4): ถอดรหัส “สถาปัตยกรรมรัฐธรรมนูญ” ปิดช่องว่างความเป็นตัวแทน สว.
ผู้นำเสนอ: นายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช และนางศิรินทร สินธิศิริกฤตย์
ไฮไลต์: เสนอแนวคิดการปฏิรูประบบที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยมองว่าไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของสถาปัตยกรรมรัฐธรรมนูญที่ต้องลดช่องว่างความเป็นตัวแทน (Representation Gap) พร้อมแนะกรอบการศึกษาอนาคตในการเปรียบเทียบระบบต่างประเทศ เพื่อออกแบบระบบใหม่ที่มีความชอบธรรม โปร่งใส และสร้างความไว้วางใจจากประชาชนอย่างแท้จริง
กลุ่มสฟิงซ์ (กลุ่มที่ 5): วิกฤตขยะพิษ 30 ล้านตันต่อปี เสนอลงดาบขั้นสูงสุด ยกระดับโทษอาญาและมาตรการปกครอง
ผู้นำเสนอ: นางสาววรัทยา ประพันธ์ และนายชาตรี อยู่ประเสริฐ (ร่วมด้วยคณะผู้จัดทำรวม 24 คน อาทิ นายกฤษฎา อึ้งสกุล, ดร.ฉัตรทิพย์ แม้นหลาย, พล.ตรี ร่มไทร วงษ์เจริญ, พญ.ปวริศา เกียรติอภิวสุ ฯลฯ)
ไฮไลต์: เผยตัวเลขสถิติน่ากังวลของประเทศไทยที่มีกากอุตสาหกรรมและขยะพิษ (Hazardous Waste) พุ่งสูงกว่า 30 ล้านตันต่อปี ท่ามกลางปัญหาการลักลอบทิ้งและนำเข้าสารเคมีอันตรายอย่างผิดกฎหมาย ทางกลุ่มเสนอทางออก 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1) เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทาง 2) ยกระดับบทลงโทษทางอาญา (จำคุกและปรับ) ให้รุนแรงเด็ดขาด และ 3) ใช้มาตรการทางปกครองขั้นสูงสุดสั่งระงับและเพิกถอนใบอนุญาตทันที เพื่อพิทักษ์สิ่งแวดล้อมและปฏิบัติตามพันธกรณีอนุสัญญาระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด
วิทยาลัยทนายความ สภาทนายความ เชื่อมั่นว่าข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและเอกสารทางวิชาการจากคณะผู้เข้ารับการอบรม วทน. รุ่นที่ 5 ทั้ง 5 หัวข้อนี้ จะถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานภาครัฐ องค์กรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชน เพื่อร่วมกันผลักดันให้เกิดการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ อันจะนำมาซึ่งความยั่งยืน ความเป็นธรรม และประโยชน์สูงสุดต่อสังคมไทยในศตวรรษที่ 21 ต่อไป











