กลับไทยไม่รอด! ตม.สงขลา ผนึกกำลังตำรวจสอบสวนกลาง รวบหนุ่มวัย 35 คาด่านสะเดา หนีหมายจับคดีฉ้อโกงประชาชน–ฟอกเงิน พ่วงองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
1 min read
หนีไปไกลแค่ไหนก็ไม่พ้นหมายจับ! พล.ต.ท.นพศิลป์ สั่งการ ตม.สงขลา ประสานตำรวจสอบสวนกลาง สกัดจับหนุ่มวัย 35 ปี ขณะเดินทางกลับจากมาเลเซียผ่านด่านสะเดา หลังพบมีหมายจับศาลอาญาในคดีฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และความผิดเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล โฆษกกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 เปิดเผยผลปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดีอาชญากรรมออนไลน์รายสำคัญ บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา หลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบชายวัย 35 ปี ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับ ขณะเดินทางกลับเข้าสู่ประเทศไทยจากประเทศมาเลเซีย
ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่มุ่งยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างจริงจัง โดยเฉพาะขบวนการฉ้อโกงประชาชนและเครือข่ายอาชญากรรมที่มีความเชื่อมโยงข้ามพรมแดน
ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ และ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 พ.ต.อ.ศุภโชค หยงสตาร์ รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 และ พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา บูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจกองบังคับการปราบปราม ติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับอย่างใกล้ชิด
เปิดปฏิบัติการสกัดจับกลางด่านสะเดา หลังได้เบาะแสเตรียมกลับบ้านเกิด
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่า นายเจซี (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5896/2569 ลงวันที่ 30 กันยายน 2569 มีแผนเดินทางจากประเทศมาเลเซียกลับเข้าสู่ประเทศไทยผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา ก่อนเดินทางต่อไปยังภูมิลำเนาในจังหวัดนครนายก
เจ้าหน้าที่จึงเร่งประสานข้อมูลและวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ในพื้นที่เป้าหมาย พร้อมตรวจสอบบุคคลที่เดินทางผ่านด่านอย่างละเอียด
กระทั่งเวลาประมาณ 11.45 น. เจ้าหน้าที่พบบุคคลที่มีตำหนิรูปพรรณตรงกับข้อมูลผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว
ผลการตรวจสอบยืนยันว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับ แจ้งข้อกล่าวหา และดำเนินการจับกุมทันที
เปิดหมายจับ! พบข้อกล่าวหาหลายคดี ทั้งฉ้อโกง ฟอกเงิน และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
สำหรับผู้ต้องหารายนี้ถูกออกหมายจับในข้อกล่าวหาหลายฐานความผิด ประกอบด้วย
- ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น
- สมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน
- เป็นอั้งยี่และซ่องโจร
- ร่วมกันนำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน
- เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเพื่อกระทำความผิด
- ความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ต้องหาทราบ ก่อนควบคุมตัวจัดทำบันทึกจับกุม ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ตม.6 ย้ำเดินหน้าสกัดอาชญากรรมข้ามชาติ ใช้เทคโนโลยีเสริมประสิทธิภาพติดตามผู้ต้องหา
พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล โฆษก บก.ตม.6 กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของปฏิบัติการครั้งนี้เกิดจากการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกับหน่วยงานตำรวจที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้สนับสนุนการตรวจสอบข้อมูลและติดตามบุคคลตามหมายจับ ทำให้สามารถตรวจพบและจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรการตรวจสอบบุคคลเข้า–ออกประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้ช่องทางผ่านแดนถูกใช้เป็นเส้นทางหลบหนีของผู้กระทำความผิด โดยเฉพาะคดีอาชญากรรมออนไลน์ การฉ้อโกงประชาชน และอาชญากรรมข้ามชาติ
พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลต่างด้าวที่อาจกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 1178
คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งผลการปฏิบัติงานของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและตำรวจสอบสวนกลาง ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการประสานข้อมูลและเฝ้าระวังตามแนวชายแดน แม้ผู้ต้องหาจะเดินทางออกนอกประเทศ แต่เมื่อกลับเข้าสู่ประเทศไทยก็ยังต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามหมายจับที่มีอยู่

