CIB ถอดสลักเมืองตรัง! ทลายเครือข่ายยาปา bomb ทวงหนี้ ยึด-อายัดทรัพย์ตัดท่อเงินกว่า 21 ล้าน
1 min readCIB ถอดสลักเมืองตรัง! ทลายเครือข่ายยาปา bomb ทวงหนี้ ยึด-อายัดทรัพย์ตัดท่อเงินกว่า 21 ล้าน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) บูรณาการกำลังร่วมกับสืบภาค 9 และตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นหลายจุดในพื้นที่ อ.เมืองตรัง, อ.นายง, อ.ห้วยยอด และ อ.กันตัง สามารถจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ได้เพิ่มอีก 6 ราย พร้อมแฉกลยุทธ์พิสดาร ลักลอบส่ง “ยาเสพติด-ระเบิด-ทองคำแท่ง” ผ่านบริษัทขนส่งเอกชนข้ามภาค

ปฏิบัติการครั้งนี้ขยายผลมาจากเหตุการณ์คนร้ายขว้างระเบิดใส่บ้านเรือนประชาชนในจังหวัดตรังต่อเนื่องถึง 11 ครั้ง สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างหนัก ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า มีผู้บงการหลักคือ “นายสันติสุข” หรือจริง ผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติดและคดีร้ายแรงรวม 10 หมายจับ ซึ่งปัจจุบันกบดานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยนายสันติสุขได้ว่าจ้างกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่และกลุ่มผู้ติดหนี้ยาเสพติด ให้รับงานปาระเบิดสังหารชนิด ARGES-84 ใส่บ้านเป้าหมายเพื่อข่มขู่ทวงหนี้และแก้แค้นส่วนตัว ด้วยค่าจ้างเพียงครั้งละ 10,000 – 20,000 บาท

เจ้าหน้าที่ได้แกะรอยและทลายเครือข่ายนี้อย่างต่อเนื่อง จนสามารถคลี่คลายคดีปาระเบิดได้แล้วถึง 10 จาก 11 เหตุการณ์ จับกุมผู้ก่อเหตุรวม 25 ราย และออกหมายจับผู้หลบหนีอีก 2 ราย ทั้งยังสกัดจับผู้ต้องหาที่กำลังจะนำระเบิดไปก่อเหตุซ้ำได้ทันควัน

จากการสืบสวนเส้นทางการเงินยังพบรูปแบบการฟอกเงินและการลำเลียงยาเสพติดแบบ “ยาลง-ทองขึ้น” ผ่านพัสดุขนส่งเอกชน โดยต้นทางจะส่งยาบ้าและเคตามีนใส่กล่องพัสดุจากชายแดนภาคเหนือลงมายังจังหวัดตรัง เมื่อลูกน้องเก็บเงินค่ายาได้ จะนำเงินไปซื้อ ทองคำแท่ง แล้วใส่กล่องพัสดุส่งกลับขึ้นไปยังพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งตำรวจสามารถสกัดยึดพัสดุซุกยาบ้ากว่า 2.9 แสนเม็ด เคตามีน 8 กิโลกรัม และทองคำแท่งหนัก 26 บาท ได้ที่ศูนย์กระจายสินค้า จ.พิษณุโลก

สำหรับการจับกุมล่าสุด 6 รายประกอบด้วย นายทักษิณ (ไมค์), นายกรกฎ (เวฟ) ผู้ต้องหาคดีวัตถุระเบิด, นายณัฐวัฒน์ (ปอนด์) คดีจำหน่ายยาบ้า และหญิงสาวอีก 3 ราย ในข้อหาเกี่ยวกับสินค้าหนีภาษีและมีอาวุธปืน-ยาอันตรายไว้ในครอบครอง ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

จากปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่ยึดของกลางรวม ยาบ้า 874,692 เม็ด, เคตามีน 8 กก., อาวุธปืนอาก้า (AK-47) ปืนสั้น และปืนลูกซอง รวม 4 กระบอก, ระเบิดสังหาร ARGES-84 จำนวน 2 ลูก, เงินสดกว่า 2.8 ล้านบาท, ทองคำแท่ง 38 บาท และรถยนต์ 5 คัน รวมมูลค่าทรัพย์สินตรวจยึด 7.1 ล้านบาท เมื่อรวมกับการอายัดบัญชีธนาคารอีก 13 ล้านบาท ทำให้ยอดตัดวงจรการเงินเครือข่ายนี้สูงถึง 21.3 ล้านบาท


Loading...